ข่าวสังคม
คดีแอร์มีนา ใกล้สรุปสำนวน 14 ก.ย.
ความยาว 0:31
หน่วยงานอัยการและตำรวจปราบปรามยาเสพติดกำลังเร่งดำเนินการปิดคดีที่เกี่ยวข้องกับ 'แอร์มีนา' พนักงานต้อนรับบนเครื่องบิน ซึ่งมีเป้าหมายสรุปสำนวนให้เสร็จสิ้นภายในวันที่ 14 กันยายนนี้ เพื่อหลีกเลี่ยงการที่ผู้ต้องหา 3 รายที่ถูกควบคุมตัวตามอำนาจศาลจะต้องได้รับการปล่อยตัวเมื่อครบกำหนดการฝากขัง
หลังจากการประชุมร่วมระหว่างอัยการสำนักงานการสอบสวนและพนักงานสอบสวน บช.ปส. เมื่อวันที่ 9 กันยายน 2569 เกี่ยวกับคดีองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ จากการขยายผลคดีของ น.ส.มีนา ซึ่งถูกจับกุมในต่างประเทศ ขณะที่ในประเทศไทยสามารถจับกุมผู้ต้องหาได้แล้ว 3 ราย คือ นายอุทัย, นายนันทวัฒน์ และนายเอกวิทย์ โดยมีผู้ต้องหาสำคัญอีก 1 รายคือ น.ส.จันทรา หรือ rose rose ยังอยู่ระหว่างการหลบหนี
กระบวนการทางกฎหมายได้มีการรวมสำนวนเป็นเรื่องเดียวกัน และส่งเรื่องให้อัยการสูงสุดพิจารณา เนื่องจากความผิดเกิดขึ้นทั้งในประเทศไทยและประเทศออสเตรเลีย ทำให้เข้าข่ายเป็นการกระทำความผิดนอกราชอาณาจักร โดยการสั่งสำนวนให้เป็นคดีนอกราชอาณาจักรนี้ จะช่วยลดความซับซ้อนและให้อำนาจเบ็ดเสร็จแก่อัยการสูงสุดในการสั่งคดี ซึ่งจะทำให้กระบวนการพิจารณาสั่งฟ้องรวดเร็วขึ้น
ปัจจุบัน ผู้ต้องหาทั้ง 3 รายที่ถูกควบคุมตัว เหลือระยะเวลาฝากขังอีกประมาณ 15 วัน คณะทำงานจึงต้องเร่งสรุปสำนวนให้เสร็จสิ้นภายในวันที่ 11 หรือ 14 กันยายนนี้ เพื่อเสนอตามลำดับชั้นพิจารณาสั่งฟ้อง ก่อนครบกำหนดฝากขัง โดยข้อหาหลักที่แจ้งแก่ผู้ต้องหาประกอบด้วย สมคบกันกระทำความผิดร้ายแรงเกี่ยวกับยาเสพติด, ร่วมกันจำหน่ายและส่งออกเฮโรอีนเพื่อการค้า, ร่วมกันมีส่วนร่วมในองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ และร่วมกันช่วยเหลือผู้อื่นมิให้ต้องรับโทษหรือทำลายพยานหลักฐาน นอกจากนี้ ยังมีแผนแจ้งข้อหาเพิ่มเติมในความผิดฐานพยายามส่งออกยาเสพติดประเภท 1 แก่กลุ่มผู้ต้องหา อันเนื่องจากพฤติการณ์การว่าจ้างวาน น.ส.จิตรลดา ลูกสาวของแอร์โฮสเตสอีกคนหนึ่งให้หิ้วของ แต่ น.ส.จิตรลดาปฏิเสธและนำของคืนก่อนจะมีการนำยาไปทำลายทิ้ง
หน่วยงานที่เกี่ยวข้องยังได้มอบหมายภารกิจสำคัญ 2 ประเด็น คือ การสืบสวนหาตัวผู้รับยาปลายทางที่ประเทศออสเตรเลีย และการแจ้งข้อหาเพิ่มเติมแก่กลุ่มผู้ต้องหาฐานพยายามส่งออกยาเสพติด ขณะเดียวกันได้ประสานข้อมูลกับประเทศออสเตรเลียผ่านช่องทางต่างๆ เพื่อใช้ประกอบสำนวน โดยย้ำเตือนประชาชนและผู้ประกอบอาชีพรับจ้างหิ้วของข้ามประเทศให้เพิ่มความระมัดระวัง เนื่องจากกลุ่มขบวนการยาเสพติดข้ามชาติมักใช้เป็นเครื่องมือในการลำเลียงยาเสพติด


