การเมือง
ความยาว 0:40
รัฐบาลเตรียมเพิ่มวงเงินช่วยเหลือประชาชนและเจ้าหน้าที่ของรัฐที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ความไม่สงบบริเวณชายแดนไทย-กัมพูชาอีก 240.75 ล้านบาท เพื่อให้การเยียวยาเป็นไปอย่างต่อเนื่อง ทั่วถึง และสอดคล้องกับสิทธิที่พึงได้รับ โดยการจัดสรรงบประมาณเพิ่มเติมครั้งนี้จะใช้งบประมาณรายจ่ายงบกลาง รายการเงินสำรองจ่ายเพื่อกรณีฉุกเฉินหรือจำเป็น เพื่อช่วยเหลือผู้ที่ได้รับผลกระทบเพิ่มเติมในช่วงระหว่างวันที่ 26 ธันวาคม 2568 ถึง 23 กรกฎาคม 2569
การจัดสรรงบประมาณเพิ่มเติมนี้เป็นการดำเนินการต่อเนื่องจากมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 30 ธันวาคม 2568 ซึ่งได้อนุมัติกรอบวงเงินเยียวยาเดิมจำนวน 577.3 ล้านบาท สำหรับผู้ได้รับผลกระทบในช่วงระหว่างวันที่ 3 สิงหาคม ถึง 25 ธันวาคม 2568 โดยได้กำหนดหลักเกณฑ์ไว้ว่าหากมีผู้ได้รับผลกระทบเพิ่มเติมและวงเงินเดิมไม่เพียงพอ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องสามารถเสนอขอรับการจัดสรรเพิ่มเติมได้ ซึ่งครั้งนี้ได้แบ่งวงเงินใหม่เป็น กระทรวงมหาดไทย 65 ล้านบาท กระทรวงกลาโหม 166.25 ล้านบาท และสำนักงานตำรวจแห่งชาติ 9.5 ล้านบาท โดยทั้งสามหน่วยงานจะเป็นผู้รับผิดชอบในการเบิกจ่ายให้กับผู้ที่ได้รับผลกระทบตามหลักเกณฑ์ที่กำหนด
สำนักงานสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) ในฐานะหน่วยงานกลาง ได้รวบรวมข้อมูลจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งหมด พร้อมทั้งกำชับให้ทุกหน่วยงานตรวจสอบรายชื่อผู้ได้รับผลกระทบ ข้อมูลการบาดเจ็บ การเสียชีวิต และวงเงินที่ขอรับการจัดสรรให้ถูกต้อง ครบถ้วน และเป็นปัจจุบัน เพื่อป้องกันการเบิกจ่ายซ้ำซ้อนและให้ความช่วยเหลือตรงถึงผู้มีสิทธิ โดยหลักเกณฑ์การพิจารณาสิทธิกรณีผู้ได้รับบาดเจ็บจะยึดตามฉบับปรับปรุงล่าสุด และหากภายหลังมีการเปลี่ยนแปลงผลการวินิจฉัย เช่น ผู้บาดเจ็บสาหัสต่อมาเสียชีวิต หน่วยงานที่รับผิดชอบจะต้องปรับปรุงข้อมูลและดำเนินการตามขั้นตอนเพื่อให้ได้รับสิทธิการเยียวยาที่ถูกต้อง
ทั้งนี้ หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น กระทรวงการคลัง สำนักงบประมาณ และสำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ได้พิจารณาแล้วเห็นว่าอัตราค่าใช้จ่ายในการเยียวยาเพิ่มเติมมีความเหมาะสม และให้ความเห็นชอบในการจัดสรรวงเงิน 240.75 ล้านบาท พร้อมทั้งกำชับให้การใช้จ่ายเป็นไปตามหลักเกณฑ์และสามารถตรวจสอบได้ทุกขั้นตอน โดยเน้นย้ำให้เร่งรัดการจัดสรรและเบิกจ่ายให้แก่ผู้ได้รับผลกระทบโดยเร็ว เพื่อให้เกิดความเป็นธรรมและไม่ตกหล่น
แหล่งที่มา: facebook.com · ไทยพีบีเอส
การเมือง