ไวรัล
ความยาว 0:29
นายศุภณัฐ มีนชัยนันท์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร จากพรรคประชาชน ได้อภิปรายถึงการจัดสรรงบประมาณรายจ่ายประจำปี โดยมุ่งเน้นไปที่งบประมาณของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ซึ่งพบปัญหาการขออนุมัติงบประมาณเพื่อการก่อสร้างอาคารเป็นจำนวนมากกระจายอยู่ทั่วประเทศ ถึงแม้ว่าปีนี้จะมีการลดลงจากปีก่อน แต่ยังคงมีข้อกังวลเกี่ยวกับความเหมาะสมของการใช้งบประมาณ โดยเฉพาะโครงการก่อสร้างอควาเรียมที่ได้รับการอนุมัติงบประมาณผูกพันรวมถึง 594 ล้านบาทสำหรับที่จังหวัดอุดรธานี และอีก 375 ล้านบาทสำหรับปรับปรุงที่จังหวัดระยอง ซึ่งเป็นเรื่องที่น่าตั้งคำถามเนื่องจากกรมประมงมีอควาเรียมในความดูแลอยู่แล้วถึง 16 แห่ง และโครงการเหล่านี้ยังคงดำเนินการก่อสร้างต่อไปไม่หยุดยั้ง
นายศุภณัฐได้ตั้งข้อสังเกตว่า การดำเนินโครงการลักษณะนี้ควรจะทำร่วมกับภาคเอกชน หรือได้รับการสนับสนุนจากภาคเอกชนมากกว่าที่จะให้ภาครัฐเป็นผู้ดำเนินการเองทั้งหมด อีกทั้งยังสะท้อนปัญหาการบริหารจัดการงบประมาณที่หน่วยงานราชการมักต้องการจัดซื้อจัดสร้างเองเพื่อให้งบประมาณผ่านมือตัวเอง นอกจากนี้ ปัญหาสำคัญอีกประการหนึ่งที่ถูกหยิบยกขึ้นมาคือ การสร้างอาคารราชการจำนวนมหาศาลภายใต้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดยมีหน่วยงานหลัก 13 แห่งที่อยู่ภายใต้การกำกับดูแล มีการก่อสร้างอาคารรวมกว่า 17,000 หลัง เช่น กรมส่งเสริมการเกษตร 3,800 หลัง, กรมชลประทาน 3,000 หลัง, กรมการข้าว 2,100 หลัง และกรมปศุสัตว์ 2,000 หลัง ทำให้เฉลี่ยแล้วแต่ละจังหวัดมีอาคารราชการถึง 220 หลัง ซึ่งเปรียบเทียบแล้วมีจำนวนอาคารมากกว่ากองทัพบกถึงครึ่งหนึ่ง แม้จะมีกำลังพลน้อยกว่าถึง 3 เท่า
การกระจายตัวของอาคารที่มากเกินความจำเป็นและขาดการบูรณาการในการก่อสร้างนี้ ถือเป็น 'ระเบิดเวลา' ที่จะส่งผลกระทบต่องบประมาณในอนาคต เนื่องจากจะต้องมีงบประมาณจำนวนมากสำหรับค่าซ่อมบำรุง ค่าน้ำ ค่าไฟ ซึ่งอาจสูงถึงหลักพันล้านบาทต่อปี การใช้งบประมาณที่ไม่เหมาะสมนี้อาจส่งผลกระทบต่อรายได้ของเกษตรกรในระยะยาว ดังนั้น นายศุภณัฐจึงเสนอให้มีการตัดลดงบประมาณในส่วนนี้ลง 1.1% หรือคิดเป็นมูลค่า 600 ล้านบาท ซึ่งเทียบเท่ากับวงเงินรวมของโครงการอควาเรียมแห่งใหม่ที่จังหวัดอุดรธานีและระยอง
แหล่งที่มา: facebook.com · ไทยพีบีเอส
ไวรัล